กาฬสินธุ์-นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ นำสื่อมวลชนร่วมกันทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่นักข่าวผู้ล่วงลับ และเป็นสิริมงคล ย้ำอาชีพนักสื่อสารมวลชน “นักข่าวเป็นอาชีพที่ไม่มีวันหยุด” ขอให้ทุกคนเป็นเกลือที่รักษาความเค็มของสังคม

กาฬสินธุ์-นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ นำสื่อมวลชนร่วมกันทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่นักข่าวผู้ล่วงลับ และเป็นสิริมงคล ย้ำอาชีพนักสื่อสารมวลชน “นักข่าวเป็นอาชีพที่ไม่มีวันหยุด” ขอให้ทุกคนเป็นเกลือที่รักษาความเค็มของสังคม

 

 


เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 เวลา 07.30 น. ที่วัดประชานิยม อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ และสื่อสารมวลชน ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่นักข่าวอาวุโส และเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันนักข่าว “5 มีนาคม” ของทุกปี
นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันนักข่าว ตรงกับวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งถือกำเนิดมาจากนักข่าวรุ่นบุกเบิกหลากหลายท่าน ได้ร่วมชุมนุมกันก่อตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งเมื่อก่อนตามคำบอกเล่า นักหนังสือพิมพ์ทั้งหลายให้ความสำคัญกับวันนักข่าว

ซึ่งจะถือว่าเป็นวันหยุดทำงานของนักข่าว และเป็นที่รู้กันว่าในเช้าของวันที่ 6 มีนาคม ของทุกปี จะไม่มีหนังสือพิมพ์วางออกขาย แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประกอบกับความต้องการในการบริโภคข่าว จึงทำให้ประเพณีนี้ต้องเลิกไป สำหรับในภูมิภาค ส่วนใหญ่สื่อมวลชนจะเป็นตัวแทนสื่อส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ซึ่งก็ยังคงเล็งเห็นความสำคัญต่อวิชาชีพ สมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนแนวทางในการทำงาน และเชิดชูนักข่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่มีความเสียสละ อดทน มีความรู้สึกเป็นเกียรติในอาชีพนี้


“ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานในวิชาชีพนี้ ในมุมมองคิดว่าทุกอาชีพมีความสำคัญเหมือนกัน มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน แต่อาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่ไม่มีวันหยุด โดยเฉพาะทุกวันนี้การสื่อสารไร้พรมแดน ทุกคน ใคร ก็เป็นนักข่าวได้ดังจะเห็นจาก fb หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งหมดนี้มองว่าการใช้สื่อ ควรต้องรับผิดชอบต่อสังคม ในวิชาชีพเรามีองค์กรคอยตรวจสอบเนื้อหาข่าว การหยิบยกนำเสนอออกไปจะรับผิดชอบทุกข้อความ แต่หากไม่มีองค์กรหรือเป็นสื่อตัวจริง ก็มักจะเกิดปัญหาการฟ้องร้อง เป็นคดีความในภายหลัง ทำให้ทุกวันนี้นักข่าวยิ่งต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น เพราะโลกโซเชียลจะโพสต์ข่าวที่ทำให้สื่อฯต้องติดตาม เพื่อทำการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีกฎหมายการนำเข้าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 (1) ที่ระวางโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท และในปัจจุบันก็มีการฟ้องร้องพ่วงในข้อหาหมิ่นประมาทประเภทนี้การใช้สื่อจึงต้องระมัดระวัง”


นายยุทธนา กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ สมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ร่วมกันหนังสือพิมพ์เสียงภูพาน และได้รับความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชนส่วนกลางในภูมิภาค ร่วมกันทำงานและมีข้อตกลงร่วมกันว่า ในยุคนี้ “เราจะยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ เป็นเกลือที่รักษาความเค็มของสังคม” ที่อาจจะไปกระทบกับความรู้สึกใครบ้าง แต่ก็คงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์ ด้วยความเป็นธรรม ที่ในอนาคตสื่อท้องถิ่น หนังสือพิมพ์เสียงภูพาน ที่มีอายุถึง 45 ปีนี้ ก็จะมีการปรับโฉมในการนำเสนอข่าวให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ในการนำเสนอข่าวมากยิ่งขึ้น

/ ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์