สระบุรี/สืบสานประเพณี แห่พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธบาทสระบุรี

สระบุรี/สืบสานประเพณี แห่พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธบาทสระบุรี

 


วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นายสมภพ สมิตะศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย ข้าราชการ พ่อค้า นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ร่วมสืบสานประเพณี แห่และสรงน้ำพระเขี้ยวแก้ว ณ บริเวณวัดพระพุทธบาทราวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท จ. สระบุรี


เป็นงานประจำปี ทุกปีในวันขึ้น ๗ ค่ำเดือน ๔ ชาวอำเภอพระพุทธบาทจะอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุ (ฟัน) ขวาเบื้องบนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระเขี้ยวแก้วลังกา) จากห้องพระเจดีย์ ออกแห่ฉลองรอบเมือง โดยมีความเชื่อว่า การแห่พระเขี้ยวแก้วบันดาลให้ประชาชนได้รับความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง รอดพ้นจากพยันตรายทั้งปวง


ดังตำนานโบราณเมื่อกว่าพันปี มีบันทึกถึงการอัญเชิญพระทันตธาตุออกจากอาศรมบทเป็นงานประจำปี ตกแต่งบูชาสักการะด้วยดอกไม้ของหอมแล้วเชิญพระทันตธาตุออกไปตามถนน มีเครื่องสักการะบูชาตลอดข้างทาง เป็นรูปพระโพธิสัตว์ 500 ปางต่างๆ บ้าง พระสุทนบ้าง พระสุวรรณสามบ้าง ฉันททันต์บ้าง กวางบ้าง ม้าบ้าง


ครั้นกาลล่วงมาสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ที่เมืองพระพุทธบาทฯ เกิดโรคระบาดประชาชนเกิดเจ็บป่วย ล้มตาย พร้อมทั้งเกิดทุพภิกขภัย ฝนแล้ง แห้งน้ำ ผู้ปกครองในสมัยนั้นจึงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วออกแห่ พร้อมประชาชนร่วมขบวนสรงน้ำพระเขี้ยวแก้ว และในวันนั้นเอง ได้มีฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก ทำให้ประชาชนและพฤกษาชาตินานาพันธุ์ได้รับความชุ่มเย็นจึงได้ถือ ปฏิบัติเป็นประเพณีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

/ดำรงค์ ชื่นจินดา  รายงาน