ตม.เพชรบูรณ์ บูรณาการร่วม ตร.หล่มสัก รวบลาวมั่วสุมค้าประเวณี 7 ราย 

ตม.เพชรบูรณ์ บูรณาการร่วม ตร.หล่มสัก รวบลาวมั่วสุมค้าประเวณี 7 ราย  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ชาญชัย เชาวน์เกษม รอง ผบก.ตม.5(2)

 

 

วันที่ 29 ก.พ.63 พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.เพชรบูรณ์ ออกตรวจสอบการกระทำผิดของคนต่างด้าวในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะคล้ายคนต่างด้าวสัญชาติลาวได้เข้ามาเช่าห้องพักในเขตพื้นที่ ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อการค้าประเวณี

ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. ร.ต.อ.ศักย์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ และ ด.ต.สามารถ ชะดา ผบ.หมู่ ตม.จว.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้รับการประสานจาก พ.ต.ต.กฤษฎา พลายละหาร สว.สส.สภ.หล่มสัก ว่ามีข้อมูลกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นหญิงสาว คาดว่าเป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาวได้เข้ามาเช่าห้องพักในเขตพื้นที่ ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก และมีพฤติการณ์การค้าประเวณีให้กับผู้ใช้บริการทั่วไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกันทั้งของ ตม.และ สภ.หล่มสัก

เมื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัดแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ตม.จว.เพชรบูรณ์ และ สภ.หล่มสัก จึงได้วางแผนการจับกุมร่วมกัน โดยตรวจสอบรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ หมู่ 13 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

จากการตรวจสอบสามารถจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติลาวในข้อหา “เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือการกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน” จำนวน 1 ราย และข้อหา “มั่วสุมในสถานการค้าประเวณีฯ” อีก 6 ราย รวมจับกุมทั้งสิ้นจำนวน 7 ราย นำตัวส่ง พงส.สภ.หล่มสัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่าผู้ถูกจับทั้ง 7 ราย เป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาว มีอายุเกินกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีหนังสือเดินทางและได้รับการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อวัตถุประสงค์การท่องเที่ยว หลังจากที่เดินทางเข้าในราชอาณาจักรแล้วได้พากันมาเช่ารีสอร์ทดังกล่าวและหาลูกค้าเพื่อการค้าประเวณีโดยคิดค่าบริการในราคา 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง

การที่ผู้ถูกจับทั้ง 7 รายเดินทางเข้ามาในรูปแบบของนักท่องเที่ยวแต่มีพฤติการณ์การค้าประเวณีจึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และผิดวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร หลังจากที่คดีสิ้นสุดแล้วทาง ตม.จว.เพชรบูรณ์ ก็จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ในการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการเป็นบุคคลต้องห้าม(BlackList) มิให้เข้ามาในราชอาณาจักรอีกต่อไป

ทั้งนี้ พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโนบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) ที่สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และควบคุมคนต่างด้าวในพื้นที่ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และปฏิบัติตามกฎหมายอื่นอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการสนธิกำลังประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยว

จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน หากพบคนต่างด้าวผิดกฎหมายหรือการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลข Call Center ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการติดตามตรวจสอบต่อไป