ประจวบคีรีขันธ์-สสจ.ประจวบฯยันผู้ป่วยชาวจีนจากเมืองอู๋ฮั่นไม่ได้รักษาตัวที่ รพ.หัวหิน ด้านหมอพื้นบ้านแนะกินน้ำใบมะละกอเชื่อมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส

ประจวบคีรีขันธ์-สสจ.ประจวบฯยันผู้ป่วยชาวจีนจากเมืองอู๋ฮั่นไม่ได้รักษาตัวที่ รพ.หัวหิน ด้านหมอพื้นบ้านแนะกินน้ำใบมะละกอเชื่อมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส

 

วันที่ 26 มกราคม นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การดูแลผู้ป่วยนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุ 73 ปี ที่เดินทางมาจากเมืองอู๋ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ อ.หัวหิน อยู่ระหว่างรับการรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อ และอาการเริ่มดีขึ้น แต่ไม่มีการย้ายสถานที่รักษาไปโรงพยาบาลอื่น หลังที่ผ่านมาผลการตรวจเชื้อในห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งยืนยันว่ามีผลเลือดเป็นบวก อาจเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ใหม่ 2019 แต่กระทรวงสาธารณสุขจะรอผลการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อให้ผู้บริหารระดับกระทรวงแถลงอย่างเป็นทางการ คาดว่าไม่เกินวันที่ 28 มกราคม 2563

นายแพทย์สุริยะ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นผู้อำนวยการด้านการบริหารโรงพยาบาลแห่งหนึ่งประเทศจีน แต่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ และขอเรียนว่าผู้ป่วยรักษาตัวที่ รพ.เอกชน ไม่ใช่โรงพยาบาลหัวหินตามที่ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการนำเสนอภาพผ่านสื่อ ทั้งนี้ได้กำขับให้ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวที่รับการรักษาผู้ป่วยชาวจีนรายนี้ ดูแลค่ารักษาพยาบาลตามความเหมาะสม และล่าสุดผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมด่วนเพื่อมาตรการป้องกันทุกด้านในส่วนกลาง และสำหรับ อ.หัวหิน ขณะนี้สถานการณ์ยังปกติ เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถป้องกันตนเองได้ ด้วยการสวมหน้ากาอนามัยหากไปในที่สาธารณะ ขณะที่เมืองอู๋ฮั่นที่มีการระบาดของโรคพบว่าเมืองนี้มีประชาการ 11 ล้านคนแต่มีผู้ติดเชื้อเพียง 500 กว่ารายเท่านั้น

นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดได้วางมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อย่างเข้มงวด โดยประสานโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส เจ็บคอ น้ำมูกไหล หอบเหนื่อยร่วมกับมีประวัติการเดินทางไปยังแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสจากเมืองอู่ฮั่น ภายในช่วงเวลา 14 วัน พร้อมส่งหนังสือแจ้งถึงนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอให้วางมาตรการคุมเข้มเฝ้าระวังผู้เข้าพักโรงแรมในพื้นที่ ตรวจสอบการลงทะเบียนของผู้เข้าพักโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยละเอียดเพื่อคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในพื้นที่ หากพบผู้ป่วยสงสัยให้ดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

นายสันทัด เดชเกิด แกนนำจิตอาสาเครือข่ายภาคประชาสังคม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะหมอพื้นบ้าน เจ้าของสูตรยาโบราณ “บุญมรกตโอสถ” กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่าการดื่มใบมะละกอจะมีฤทธิ์ในการต่อสู้กับเชื้อ ไวรัสโคโรนา เนื่องจากเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้เมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายจะเป็นผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยมากที่สุด เชื้อจะไปทำลายระบบทางเดินหายใจ และภูมิคุ้มกัน หากต้องการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไวรัส และเร็วที่สุดควรใช้ใบมะละกอ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มเกล็ดเลือด ฆ่าไวรัสและแบคทีเรีย สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ภายใน 24-48 ชม. หากย้อนอดีตการรักษาด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน ชาวบ้านจะกินน้ำใบมะละกอ เพื่อป้องกันไข้ป่า หากดสนใจจะนำไปใช้ให้นำใบมะละกอ 6ใบ ฉีกก้านออกแล้วล้างด้วยน้ำ จากนั้นนำใบมะละกอมาปั่น แล้วใส่น้ำ 1ลิตร กรองกากออก แล้วนำไปใส่ขวดแช่ตู้เย็นเพื่อใช้ดื่มเช้า เย็น ครั้งละ 50 ซีซีกินติดต่อกัน 3-5วัน หากมีอาการป่วยให้กินจนกว่าอาการจะดีขึ้น และเป็นวิธีสร้างภูมิคุ้มกันโรคแบบโบราณ

นายนิพล ทองเก่า หัวหน้าศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781