ตั้งบจธ. แค่ 3 ปี ช่วยเกษตรกรมีที่ดินทำกิน 2,631 ราย เนื้อที่ 3,151 ไร่ หนุนใช้ศาสตร์พระราชาพัฒนาที่ดินเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน (ชมคลิป)

ตั้งบจธ. แค่ 3 ปี ช่วยเกษตรกรมีที่ดินทำกิน 2,631 ราย เนื้อที่ 3,151 ไร่ หนุนใช้ศาสตร์พระราชาพัฒนาที่ดินเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน

 

รัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องที่ดินทำกินมาโดยตลอด ซึ่งได้ดำเนินการผ่านโครงการของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ให้ดำเนินภารกิจกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย การป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนอง ขายฝาก ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้กำกับดูแล


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23มกราคม 2563 สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. เปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน เกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการเพื่อการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ. ….. ณ โรงแรมเซ็นทราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครโดยมี พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน คณะทำงานด้านกฎหมายการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม มีภาคประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ดังกล่าว เป็นจำนวนกว่า 300 คน


นายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. เปิดเผยว่า ปัญหาที่ดินทำกิน เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญและถือเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ที่ผ่านมามีขบวนการเคลื่อนไหวของพี่น้องเกษตรกร ชาวนาชาวไร่จำนวนมากที่ประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน โดยเฉพาะการสูญเสียกรรมสิทธิ์ที่ดินให้นายทุน ขณะเดียวกันก็มีที่ดินของเกษตรกรอีกเป็นจำนวนมากที่กำลังจะหลุดจำนองจากธนาคารของรัฐโดยที่ยังไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ไข ซึ่งจะซ้ำเติมปัญหาการไร้ที่ดินทำกินให้ขยายวงกว้างขึ้น ปัญหาที่ดินกลับยิ่งทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกินจึงได้กำชับให้ บจธ. เร่งรัดดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อจะได้เป็นเป็นที่พึ่งและแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บจธ. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรและผู้ไร้ที่ดินทำกินทั้งในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ 1) โครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร เป็นการแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่สถาบันเกษตรกร โดยให้เกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกินรวมตัวเป็นกลุ่ม หรือสถาบัน เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแล้วยื่นเรื่องขอรับความช่วยเหลือ บจธ. จะพิจารณาจัดซื้อที่ดินให้ตามความเหมาะสมมอบที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชุมชน

โดยเช่าซื้อระยะยาวกับ บจธ. ปัจจุบันได้จัดซื้อที่ดินไปแล้ว 1 แห่ง คือชุมชนริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ให้แก่เกษตรกร 65 ราย เนื้อที่ 60-1-96.4 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 9 ชุมชน คือ ที่จังหวัดนครราชสีมา 2 พื้นที่ เชียงใหม่ 4 พื้นที่ ลำพูน เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี 2) โครงการแก้ไขปัญหาเกษตรกรและผู้ยากจนซึ่งมีปัญหาจะสูญเสียสิทธิที่ดินจากปัญหาการจำนองและขายฝากแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด่านหนี้สินของเกษตรกร ผู้ยากจนที่จะสูญเสียสิทธิในที่ดิน หรือสูญเสียสิทธิไปแล้ว โดย บจธ. จะซื้อที่ดินให้กลับคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกร ปัจจุบันได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว 323 ราย เนื้อที่ 2,378-2-12.5 ไร่ ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อไถ่ถอนที่ดิน การจัดซื้อที่ดิน รวมถึงการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย

3) โครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน ในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ สามารถแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ถึง 488 ครัวเรือน เนื้อที่ 704-0-14.1 ไร่ 4) โครงการตลาดกลางที่ดิน หรือโครงการพัฒนาระบบการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่ดินบจธ. จะส่งเสริมการจับคู่ระหว่างเจ้าของที่ดินกับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์จะใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยลงทะเบียนผ่านทางเวบไซต์ที่ บจธ. เป็นผู้ดำเนินการ ปัจจุบันมีเจ้าของที่ดินที่เป็นบุคคลมาลงทะเบียนแล้ว 53 ราย เป็นกลุ่ม/องค์กร 2 องค์กร สำหรับผู้ต้องการที่ดินที่ลงทะเบียนแล้ว เป็นบุคคลทั่วไป 257 ราย กลุ่ม/ องค์กร 14 องค์กร ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ดำเนินการมา บจธ. ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีที่ดินทำกินไปแล้ว 2,631 ราย 877 ครัวเรือน จำนวนที่ดินที่ บจธ. ดำเนินการ 3,151 ไร่ ในโครงการตามภารกิจของ บจธ. ทุกโครงการ จะต้องน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง “ศาสตร์พระราชา” มาเป็นหลักในการพัฒนาที่ดินในโครงการ