ชลบุรี-ฉงน..ทุ่นเขตว่ายน้ำถูกกองทิ้งเกลื่อนกว่า 500 ลูกในสนามกีฬาภาคตะวันออก ชาวบ้านสงสัยงบจัดซื้อนับล้านแต่ไม่นำไปใช้ประโยชน์ หรือเก็บรักษาให้ดี ด้านเมืองพัทยาออกโรงแจงอุปกรณ์ชำรุดกองเก็บไว้เตรียมตั้งงบจัด ซื้ออุปกรณ์ซ่อมแซม (ชมคลิป)

ชลบุรี-ฉงน..ทุ่นเขตว่ายน้ำถูกกองทิ้งเกลื่อนกว่า 500 ลูกในสนามกีฬาภาคตะวันออก ชาวบ้านสงสัยงบจัดซื้อนับล้านแต่ไม่นำไปใช้ประโยชน์ หรือเก็บรักษาให้ดี ด้านเมืองพัทยาออกโรงแจงอุปกรณ์ชำรุดกองเก็บไว้เตรียมตั้งงบจัด ซื้ออุปกรณ์ซ่อมแซม

 

เมื่อเวลา​ 16.00.น​  ของวันที่​ 9​ มกราคม​ 2563​ จากกรณีที่มีประชาชนส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยถึงอุปกรณ์ทุ่นลอยเขตว่ายน้ำชายหาดพัทยา ที่ถูกนำขนมากองทิ้งไว้บริเวณพื้นที่ว่างเปล่าข้างอาคารในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออกไว้เป็นเวลานานแล้ว โดยพบว่ามีจำนวนของทุ่นลอยกว่า 500-600 ลูกทำให้รู้สึกเสียดายต่องบประมาณในการจัดซื้อและไม่นำมาใช้ประโยชน์ทั้งๆที่สภาพของทุ่นลอยจำนวนมากที่ถูกกองทิ้งไว้ยังมีสภาพที่สมบูรณ์สามารถใช้งานได้นั้น

กรณีดังกล่าว นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวชี้แจงว่าสำหรับทุ่นลอยเขตว่ายน้ำที่ถูกนำมากองไว้บริเวณสนามกีฬาฯนั้น ยอมรับว่าเป็นทุ่นลอยเขตว่ายน้ำของเมืองพัทยาที่ยกเก็บมาจากเขตว่ายน้ำบริเวณชายหาดดงตาล ช่วงหน้าโรงแรมพัทยาปาร์ค เขตจอมเทียน จำนวน 2 เขตว่ายน้ำจำนวนกว่า 500-600 ลูก หรือความยาวหากต่อเชื่อมกันจำนวนนับพันเมตรตามที่มีข้อสงสัย แต่สาเหตุที่นำมากองไว้นั้นเพราะก่อนหน้านี้มีพายุฝนและลมพัดกรรโชกรุนแรงทำให้เชือกไนล่อนที่ผูกโยงทุ่นไว้เป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้วเกิดการฉีกขาด ขณะที่หูรับเชือกของตัวทุ่นเองก็ขาดชำรุดเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ทำให้ทุ่นเหล่านี้ถูกน้ำพัดขึ้นมากองอยู่บริเวณชายหาด สร้างความรกรุงรังและเป็นภาพที่ไม่สวยงามทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมาเก็บรัก ษาไว้ที่สนามกีฬาฯ อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเลได้เตรียมเสนอเรื่องต่อสภาเมืองพัทยาเพื่อขออนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อเชือกไนล่อนเพื่อมาทำการซ่อมแซมคืนสภาพในส่วนที่ยังไม่ชำรุดซึ่งคาดว่าจะใช้ได้ประมาณ 40-50 % จากนั้นก็จะนำไปผูกโยงและและจัดทำเขตว่ายน้ำขึ้นใหม่บริเวณชายหาดจอมเทียนดังเดิม ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นด้วยต้องการให้มีการกำหนดเขตว่ายน้ำชัดเจนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและจัดทำเป็นเขตเพื่อห้ามนำเรือเข้ามาในพื้นที่อีกด้วย

ภาพข่าว//สมชาย​ โคตล่ามแขก​ ผู้​สื่อข่าว​ภูมิภาค​ประจำเมืองพัทยา​จังหวัดชลบุรีรายงาน