สระบุรี-กรมพัฒนาชุมชนร่วมกับสภาสตรีฯ มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ “โครงการ เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2563

สระบุรี-กรมพัฒนาชุมชนร่วมกับสภาสตรีฯ มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ “โครงการ เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2563

 

ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วย นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหาร สภาสตรีแห่งชาติฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด ให้แก่พี่น้องประชาชนชาว จ.สระบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตามโครงการ “เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2563 โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นำส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ


นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในสภาวะของวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤติที่ยากเกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จและทันท่วงที กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ร่วมมือกับสภาสตรีแห่งชาติฯ จัดทำโครงการ “เติมความสุข บรรเทาความทุกข์ ด้วยการแบ่งปัน” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วม ในการผ่อนคลายความเดือดร้อนดังกล่าว ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้เดือดร้อน ผู้ยากไร้ จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพแล้วหลายจังหวัด และในพื้นที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนพี่น้องทุกครัวเรือนร่วมใจกันปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและลดค่าใช้จ่ายในท่ามกลางวิกฤตินี้ด้วย


จากนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าและการทอผ้าไทยวน ที่บริเวณศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี พร้อมมอบทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทเคลื่อนที่จำนวน 25 ทุน ๆละ 1,500 บาท พร้อมของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเหมาะสมตามวัย


ทั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชม เห็นถึงความสำคัญของเด็กก่อนวัยเรียนว่าเป็นวัยที่สำคัญและเหมาะสมในการปูพื้นฐาน เนื่องจากเป็นวัยที่ร่างกายและสมองเจริญเติบโต อย่างรวดเร็ว กรมกาพัฒนาชุมชนจึงได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเด็กชนบท เมื่อปี 2522 เพื่อเป็นกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือเด็กก่อนวัยเรียนที่ครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเหมาะสม และเมื่อปี 2536 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับกองทุน พัฒนาเด็กชนบทไว้ในพระราชูปถัมภ์

โดยกองทุนได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สมทบกองทุนฯ เป็นประจำทุกปี และนำเงินกองทุนฯ ไปใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ชีวิตเด็กก่อนวัยเรียนอายุแรกเกิดถึง 6 ปี โดยได้มอบทุนช่วยเหลือเด็กเล็กที่ยากจนและ ด้อยโอกาสในชนบท การจัดกิจกรรมกองทุนพัฒนาเด็กชนบทเคลื่อนที่ (ChildrenDevelopment Fund Mobile : CDF Mobile) เป็นการนำเงินกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ส่วนกลาง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาเด็กที่ยังขาด โอกาสและยากจน ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

/ดำรงค์ ชื่นจินดา  /รายงาน