พล.อ.วัลลภฯ หัวหน้าคณะพูดคุย เยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินสายรับฟังพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นที่ ยืนยันการพูดคุยไม่หยุดชะงัก จะจัดโต้ะพูดคุยกลุ่มBRN อีกครั้งรอสถานการณ์โควิดจบ

พล.อ.วัลลภฯ หัวหน้าคณะพูดคุย เยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินสายรับฟังพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นที่ ยืนยันการพูดคุยไม่หยุดชะงัก จะจัดโต้ะพูดคุยกลุ่มBRN อีกครั้งรอสถานการณ์โควิดจบ

 

ที่ โรงเรียน.ซี.อส.จ.ปัตตานี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และคณะทำงาน เดินสายลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเเดินทางรับฟังแลกเปลี่ยนกับกลุ่มต่างๆ หลังจากหยุดชะงักจากสถานการณ์โควิด19 ก่อนที่จะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดที่ได้จากทุกกลุ่ม มาประเมินและนำไปสู่การดำเนินการพูดคุยครั้งต่อไป ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้พบกับหลายๆกลุ่มประกอบด้วย กลุ่มผู้นำศาสนาคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส

กลุ่มผู้แทนสภาเครือข่ายปัญญาชน จชต. (กลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง-PNYS.) กับ กลุ่มสมาคมนักศึกษามุสลิมในต่างประเทศ กลุ่มผู้แทนเครือข่ายชาวพุทธ จชต. กลุ่มนักธุรกิจ และผู้แทนหอการค้าจังหวัดชายแดนภาคใต้และประชุมร่วมกับผู้แทนคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของ สล.3 รับข้อเสนอต่อกระบวนการพูดคุยฯอีกด้วย จากนั้นคณะได้ เยือนพิพิธภัณฑ์ ฮัจยีสุหลง (มูลนิธิอาจารย์ฮัจยีสุหลง อับดุลกอร์เดร์ โต๊ะมีนา) และเยี่ยมคารวะแลกเปลี่ยนความเห็นกับ นายเด่น โต๊ะมีนา อดีต รมช.มท. ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมา มีความต่อเนื่อง และคืบหน้าอยู่พอสมควร


พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดเผยว่า สำหรับการลงมาในครั้งนีที่ได้มาพูดคุยกับผู้คนในพื้นที่หลายๆกลุ่ม และได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และหลากหลายเป็นอย่างมาก จะได้นำไปวิเคราะห์ นำไปกลั่นกรองให้ตกผลึก ประมวลให้เป็นเสียงของภาคประชาสังคมในพื้นที่ทั้งหมด ว่ามีความต้องการอย่างไร ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาแม้มีปัญหาในเรื่องการเดินทาง แต่เรายังมีการต่อสายถึงการพูดคุยกันอยู่ตลอด กับผู้อำนวยความสะดวกทางมาเลเซีย เพื่อไม่ให้มีการหยุดชะงักแต่อย่างใด โดยในช่วงต้นนี้เรายังคงคุยกับกลุ่ม BRN แต่กลุ่มMaRa pattani หรือกลุ่มอื่นๆก็เปิดโอกาสด้วย และในอนาคตเราตั้งใจพูดคุยให้ครบกับทุกๆกลุ่มเพราะถ้าหากว่าเราสามารถพูดคุยกับทุกๆกลุ่มได้แล้ว จะสามารถรับฟังแก้ไขปัญหาต่างๆได้รอบด้านมากขึ้น


ในที่ผ่านมาช่วงสถานการณ์โควิด 19 ถือว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกและสถานการณ์การประกาศหยุดยิงนั้น เราเห็นด้วยกับการหยุดสถานการณ์ความรุนแรงนี้ ซึ่งเราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว ตรงกับความต้องการของเลขาธิการสหประชาชาติ เพราะหลายประเทศที่มีปัญหาความรุนแรงต่างก็หันหน้ามาแก้ไขปัญหาโควิดก่อน ทางรัฐบาลไทยเองก็เช่นกัน
ในระดับพื้นที่เองทุกภาคส่วนทุกองค์กรก็พยายามแก้ไขปัญหาเองอย่างเต็มที่และได้รับความชื่นชมจากนานาชาติด้วย กระทรวงต่างประเทศเองเห็นชอบในหลักการและร่วมแก้ปัญหาด้วย


สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ขณะนี้ลดลงมาก เราก็ประเมินอยู่ว่าที่ลดลงเพราะว่าสถานการณ์โควิดหรือการแถลงการหยุดยิงขณะนี้ยังประเมินกันอยู๋่ และแม้สถานการณ์โควิดจะยังคงยาวไปถึงต้นปีหน้า แต่การพูดคุยสันติสุขยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่มีการหยุดชะงักแน่นอน เราจะหาวิธีใหม่ๆต่อการพูดคุยครั้งต่อไป เพราะเป็นแผนระดับนโยบายยุทธศาสตร์ระดับชาติ ก็ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนการพูดคุยครั้งต่อไปจะมีความชัดเจนเมื่อไหร่ต้องรอดูสถานการณ์โควิดในประเทศเพื่อนบ้านก่อนว่าจะจบลงเมื่อใด

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส