“อานนท์”ออกโรงโต้”ศรีสุวรรณ”อย่ารังแกประชาชนอีกเลย หนึ่งปีที่ทรมานกับคำหลอกลวงของ”ฟาร์มสุขใจ”ว่าจะช่วยเหลือประชาชนสุดท้ายจะมาสูบเลือดเอากับปูให้ซื้อหุ้น ร่วมกับรัฐบาลไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่เราต้องการ”สลายสีเสื้อ”รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้นโยบาย”รวมไทยสร้างชาติ “นายกตู่”

“อานนท์”ออกโรงโต้”ศรีสุวรรณ”อย่ารังแกประชาชนอีกเลย หนึ่งปีที่ทรมานกับคำหลอกลวงของ”ฟาร์มสุขใจ”ว่าจะช่วยเหลือประชาชนสุดท้ายจะมาสูบเลือดเอากับปูให้ซื้อหุ้น ร่วมกับรัฐบาลไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่เราต้องการ”สลายสีเสื้อ”รวมใจให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้นโยบาย”รวมไทยสร้างชาติ “นายกตู่”

 

วันนี้(24 กรกฎาคม 2563) ณ เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี นายอานนท์ แสนน่าน ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ว่า จากการที่ นายศรีสุวรรณ และคณะผู้บริหารโครงการฟาร์มสุขใจ กล่าวหาว่า ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ทางเกษตรกรแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และ จังหวัดต่าง ๆ มาร่วมกันเป็น “เครือข่ายฯ” เพื่อนำเสนอของบประมาณต่อทางรัฐบาลของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทาง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพราะเราเห็นว่า กลุ่มประชาชนและนักธุรกิจต่าง ๆ ทางรัฐบาลก็ยังให้การช่วยเหลือในเมื่อกลุ่มของตนเองได้รับความเดือดร้อนก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรแอบแฝงซ่อนเงื่อนแต่อย่างใด

เพราะท่านสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เองท่านก็น่ารักไม่เคยให้พวกเรายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่เคยให้ข้องเกี่ยวช่วยเหลือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือแม้แต่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่อย่างใด ท่านสุภรณ์และพวกเราก็มีเจตนาที่ต้องการจะ “สลายสีเสื้อ” ร่วมมือกันปรองดองรักและสามัคคีกัน ช่วยกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินได้ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายใต้นโยบาย“รวมไทยสร้างชาติ เรารักประเทศไทย” โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ทางรัฐบาลเองก็มีเจตนาดีที่ออกมาให้การช่วยเหลือเยียวยา ประชาชนและเกษตรกร และทางเครือข่ายของตน จำนวน 3,058 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ก็ได้พากันประกอบอาชีพเป็นทุนเดิมกันอยู่แล้วแต่เมื่อเจอวิกฤตแบบนี้ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกันจึงอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือเหมือนกับกลุ่มอื่นเท่านั้นเอง

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับการขับเคลื่อนกับทาง “โครงการฟาร์มสุขใจ” นั้น ตนได้รับการประสานงานกับทางผู้บริหารฟาร์มสุขใจ ให้มาบรรยายการดำเนินกิจกรรม “กัญชาและกัญชง” วันที่ 15 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดภูเก็ต จนผ่านมาอีก 3 เดือน ทางฟาร์มสุขใจจึงได้ประสานว่ามีงบประมาณและทุนจากต่างประเทศ จะมาช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งโครงการบิ๊กฟาร์มและโครงการปลูกกัญชา-กัญชง พวกเราเองก็ดีใจเพราะจะได้ดำเนินการปลูกกัญชาช่วยเหลือเกษตรกรดังกล่าว และได้ไปทำ MOU ระหว่าง “ฟาร์มสุขใจ” กับ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” และ “แพทย์แผนไทย” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา และใน MOU ระบุเอาไว้ว่าทาง “ฟาร์มสุขใจ” จะเป็นผู้รับผิดชอบในการสร้างโดมกัญชา การหาสายพันธุ์กัญชา ตลอดจนค่าดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้ปลูกกัญชา จำนวน 88 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน จาก “ภาคเหนือ” และ “ภาคอีสาน”

จนทางเครือข่ายพวกเราพาลงพื้นที่พบมวลชนจัดการต้อนรับการมาเยือนของผู้บริหารฟาร์มสุขใจเป็นอย่างดี ผ่านไปอีก 4 เดือน ก็มีการสร้างโดมกัญชาตัวอย่างขึ้นที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา แต่ยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการก่อสร้างต่ออีกเลยพร้อมกับได้รับการประสานงานกับทางผู้บริหารฟาร์มสุขใจว่า ไม่มีงบประมาณหรือทุนต่างชาติแล้ว แต่จะเอาสมาชิก “หมู่บ้านเสื้อแดง” ทั่วประเทศไทยจำนวน 28,850 หมู่บ้าน มีสมาชิกเกือบ 9 ล้านคน มาซื้อหุ้นของ “บริษัทฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด(มหาชน)” ราคาหุ้นละ 150 บาท คนละ 10 หุ้น เป็นอย่างต่ำจะได้เงินหลายล้านบาทเพื่อนำมาเป็นค่าดำเนินการก่อสร้างโดมกัญชาต่อไป ซึ่งตนคิดว่าเป็นการ “สูบเลือดเอากับปู” เพราะประชาชนหรือเกษตรกรก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้วจะเอาเงินจากไหนมาซื้อหุ้นกับทางฟาร์มสุขใจ ซึ่งก็ถือว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงการฉวยโอกาสหลอกให้ประชาชนดีใจเก้อเท่านั้นเอง มิหนำซ้ำยังจะให้มวลชนต้องมาซื้อหุ้นในขณะที่ทุกคนกำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในปัจจุบันนี้

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ในเมื่อพวกเราถูกฟาร์มสุขใจหลอกให้ตายใจยาวนานมาเกือบ 1 ปี ที่ทรมานต้องยอมเดินสายพบประชาชนด้วย เมื่อทวงถามถึงงบในการก่อสร้างโดมก็ได้รับคำตอบแบบขอไปทีและผลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา จนในที่สุดจะมาแสวงหาผลประโยชน์กับประชาชนซะเอง ซึ่งตนคิดว่าทางออกของประชาชนที่จะได้รับการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นคือ “รัฐบาล” จึงได้ทำหนังสือและเข้าพบท่านสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ผ่านไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าทาง “ฟาร์มสุขใจ” ต้องการจะมาเดินกับพวกเราอีกครั้งก็ต้องทำตามสัญญาที่ทำ MOU กับพวกเราเอาไว้เสียก่อนไม่ใช่มาหลอกให้เราเฝ้ารอเหมือนที่ผ่านมา ที่สำคัญถ้าทางผู้บริหารฟาร์มสุขใจและคุณศรีสุวรรณ ยังไม่หยุดที่จะรังแกประชาชนอีกพวกเราในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้ทำ MOU เอาไว้และเช็คเด้งหลายใบจะไปแจ้งความดำเนินคดีทุก ๆ จังหวัดทั้งทางภาคเหนือและภาคอีสานต่อไป