ชุมพร – จัดกิจกรรม รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วม ทำโครงการปลูกป่า ของ กฟผ. (ชมคลิป)

ชุมพร – จัดกิจกรรม รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วม ทำโครงการปลูกป่า ของ กฟผ.

 

 

วันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา.09.30น. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดกิจกรรม “รวมพลัง จิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ”โครงการปลูกป่า กฟผ. ซึ่งอยู่ภายใต้แผนงานปลูกป่าแบบมีส่วนร่วมของ กฟผ. โดยรวมพลังจิตอาสาจากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ ครู นักเรียน นักศึกษา และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกันปลูกต้นกล้าโกงกาง จำนวน 3,600 ต้น ณ บริเวณพื้นที่เสื่อมโทรม เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ณ ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ให้กลับคืนเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์

นายผล ขวัญนุ้ย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ไฟไหม้ป่าและปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ ทั้งป่าบกและป่าชายเลน ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำเติมภาวะโลกร้อนที่นับวันยิ่งรุนแรงและส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในโลก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ ครบรอบปีที่ 50 ในปี พ.ศ.2537

และได้ดำเนินการปลูกป่ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 25 ปี นับถึงปัจจุบัน รวมพื้นที่ ปลูกป่า กฟผ. ทั่วทุกภาคของไทยได้มากกว่า 460,000 ไร่ โดยยึดหลักการปลูกป่าตามผลการศึกษาทางวิชาการ คือ ปลูก 1 ปี และบำรุงรักษาป่าที่ปลูกต่อเนื่อง 2 ปี สำหรับในพื้นที่จังหวัดชุมพร ได้ดำเนินการปลูกป่ามาแล้วเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น12,065 ไร่ แบ่งเป็น ป่าบก 10,165 ไร่ และป่าชายเลน 1,900 ไร่ ซึ่งการปลูกป่าชายเลนนอกจากจะช่วยฟื้นฟูสภาพผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยสร้างความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างรายได้ให้กับชาวประมงในพื้นที่ และสามารถกักเก็บ CO2ได้ประมาณ 275 ตันต่อปี

สำหรับ กิจกรรม “รวมพลังจิตอาสา พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ”ในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะปลูกป่า ชายเลน จำนวน 3,600 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และชายฝั่งรวมทั้งช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย ในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย

นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรได้ขอคืนพื้นที่จากบริษัทเอกชน ซึ่งหมดสัญญาเช่าตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล จำนวน 2,700 ไร่ ซึ่งสภาพพื้นที่ปัจจุบันเป็นบ่อสำหรับเลี้ยงกุ้ง ไม่มีต้นไม้ หากจะปล่อยให้ฟื้นฟูตามธรรมชาติจะต้องใช้เวลานาน จึงต้องอาศัยการฟื้นฟูจากมนุษย์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณอ่าวทุ่งคา – อ่าวสวี ของจังหวัดชุมพรให้กลับอุดมสมบูรณ์ และเป็นการแสดงออกถึงพลังความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งป่าชายเลน เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่มีคุณค่ามหาศาล และมีความสำคัญต่อมนุษย์หลายรูปแบบถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต ซึ่งได้แก่ อินทรียวัตถุที่ย่อยสลายจากซากพืชหรือเศษใบไม้ ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งที่ตัวอ่อนของสัตว์น้ำ เข้ามาอาศัย และหาอาหาร เป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ไปได้ด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และระบบนิเวศทางทะเล ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทะเลไทยมากที่สุด คุณประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของป่าชายเลนอีกประการหนึ่งก็คือ ป่าชายเลนยังทำหน้าที่เสมือนเขื่อนป้องกันคลื่นลมจากทะเล ที่สามารถซ่อมแซมตนเองได้เมื่อได้รับความเสียหายจากพายุคลื่นลมแรง จนไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ และในขณะเดียวกันป่าชายเลนยังทำหน้าที่ดักกรองสิ่งปฏิกูลและสารพิษต่างๆ จากบนบกไม่ให้ลงสู่ทะเล นอกจากนี้ขยะและคราบน้ำมันต่างๆ ก็จะถูกกรองไว้ในป่าชายเลน อีกด้วย

ธนากร โกศลเมธี รายงาน ศูนย์ข่าวจังหวัดชุมพร 0818923514