กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการสัมมนา Thailand Investment Year – What’s New?

กระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการสัมมนา Thailand Investment Year – What’s New?

 

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 09.00 น. นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมนางสาวสมใจ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกรณ์ภัฐวีร์ ม่วงน้อย รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายศุภชัย โปฎก ผู้อำนวยการกองบริการงานอนุญาตโรงงาน1 นายณัฏฐพงษ์ จุลาเกตุโพธิชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมการสัมมนา Thailand Investment Year – What’s New? โดยมีนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี


ในการนี้นายกรัฐมนตรีพร้อม 5 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) กระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แสดงวิสัยทัศน์เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ เผยแนวคิดสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ Smart Farmers โดยมีนักลงทุนไทย-ต่างประเทศ เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลมุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้แนวคิด 3 ประการ คือ การต่อยอดอดีต โดยการมองกลับไปที่พื้นฐานและทรัพยากรที่ประเทศไทยมีอยู่ แล้วปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ ประการที่สอง คือ การปรับปัจจุบัน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งระบบขนส่ง โทรคมนาคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล ประการสุดท้ายคือ การสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต ด้วยการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และปรับโมเดลธุรกิจให้สนองตอบความต้องการของตลาด โดยภาครัฐเป็นผู้ส่งเสริมและให้การสนับสนุน


จากนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปีแห่งการลงทุน: เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส” ว่าด้วยความท้าทายที่เปลี่ยนเป็นโอกาสของประเทศไทยมี 4 ประการ ประการแรกคือเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยเห็นได้จากดัชนีทางเศรษฐกิจในปี 2561 ที่จีดีพีเติบโตที่ร้อยละ 4.1 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 1 ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลกว่าร้อยละ 7 ของจีดีพี เงินสำรองระหว่างประเทศสะสมกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 45 ในขณะที่ภาคการเงิน ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง และภาวะตลาดทุนโดดเด่นกว่าทุกตลาดในอาเซียน


ประการที่สอง การเชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่าง GBA กับ CLMVT และอาเซียน จากการมาเยือนของนางแครี่ หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมคณะเพื่อเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการค้าฮ่องกง หรือ Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) ที่กรุงเทพฯ
ประการที่สาม การเป็นประธานการประชุมอาเซียนของไทยปี 2562 ท่ามกลางปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเคลื่อนตัวมาสู่เอเชีย ผนวกกับความร่วมมือต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น RCEP, Belt and Road, CPTPP, Indo Pacific เป็นต้น จึงเป็นโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก
ประการสุดท้าย เดือนพฤษภาคมที่กำลังจะมาถึงนี้ คือเดือนที่มีความสำคัญยิ่งต่อคนไทยและประเทศไทย โดยจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของในหลวงรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของแผ่นดิน ที่นักลงทุนต่างประเทศต่างตระหนักดี และช่วยสร้างความมั่นใจในศักยภาพและอนาคตของประเทศไทย