“บิ๊กอู๋”เปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟนครพนม สืบสานประเพณีไทย สร้างพลังศรัทธาริมฝั่งโขง

รมว.แรงงาน เปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟนครพนมในงานประเพณีไหลเรือไฟ ณ เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ร่วมสืบสานประเพณีไทย สร้างพลังศรัทธาแก่นักท่องเที่ยวริมฝั่งโขง

 

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟนครพนมในงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม โดยมี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดนครพนมร่วมให้การต้อนรับ ณ เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า งานประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ของพี่น้องชาวนครพนม ที่ได้จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างกว้างขวาง มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังนครพนมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่น้อยกว่า 1,074,937 คน เพิ่มขึ้นกว่าปี 2553 ถึง 100 % คิดเป็นจำนวน 599,246 คน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1,837 ล้านบาท

พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดนครพนมอดีตเคยเป็นมหานครของอาณาจักรศรีโคตรบูรที่รุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งมี 3 ที่สุดที่นำมาสู่ชีวิตที่สุขที่สุด ได้แก่ ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ พระธาตุพนม สวยที่สุด คือ สะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 3 และ งามที่สุด ได้แก่ ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำโขง สอดคล้องกับคำขวัญจังหวัด ที่ว่า “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไทย เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนนครพนมได้อย่างต่อเนื่องการจัดงานไหลเรือไฟในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความรัก ความสามัคคี ความเสียสละ และการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในจังหวัดนครพนม รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมสำคัญ อาทิ ภาคเช้ามีพิธีรำบูชาพระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร


ซึ่งเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาทุกปี ภาคค่ำมีการประกวดไหลเรือไฟ ซึ่งจะมีการออกแบบลวดลายที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยว สถานที่สำคัญของ จ.นครพนม ไปจนถึงการแสดงออกถึงความรักในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมไทยที่จะต้องร่วมกันสร้างสรรค์ให้มีขึ้นอย่างแพร่หลาย เพื่อความเจริญมั่นคงของชาติบ้านเมืองต่อไป

นอกจากนี้ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมได้มีการจัดไหลเรือไฟโชว์ เพื่อเป็นการเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงานไหลเรือไฟ พร้อมชมการสาธิตการจุดตะเกียงเรือไฟที่เกิดจากความรัก สามัคคี และศรัทธา เนื่องจากเรือไฟทุกลำก่อนไหลจะมีการจุดเรือไฟจากแรงงานชาวบ้านศิลปินเรือไฟทีละดวงจนกว่าจะครบทั้งลำ เพื่อให้ตะเกียงไฟส่องสว่างออกมาเป็นลวดลาย รูปภาพต่าง ๆ ที่มีความสวยงาม เอาใจประชาชนนักท่องเที่ยว ถือเป็นเสน่ห์ของเรือไฟที่แสดงออกถึงพลังศรัทธา