วสท.และผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ ไฟไหม้ กปน. แล้ว

วสท.และผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ ไฟไหม้ กปน. แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมสถาน เข้าตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร พบ ความเสียหายบริเวณหลังคาชั้นสี่ ซึ่งเป็นพื้นดาดฟ้า ส่วนเสาอาคารยังตั้งตรง และจะไม่ทรุดตัว ด้าน ผอ. การประปาส่วนภูมิภาคยันเอกสารสำคัญไม่ได้อยู่ที่ห้องต้นเพลิง ขณะที่ตำรวจให้น้ำหนัก ไปที่อุบัติเหตุและความประมาท

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพหลังการเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น 4 ของอาคาร 2 ในสำนักงานใหญ่การประปาส่วนภูมิภาค โดยได้ประกาศระงับการใช้งาน อาคาร 2 ชั่วคราว ที่มีเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อคืนที่ผ่านมา และให้วิศวกรรมสถานและผู้เชี่ยวชาญสำนักการโยธา กทม. ได้เข้าตรวจสอบการอาคารว่ายังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่ ซึ่งจะทราบผลภายใน 2-3 วันข้างหน้า ซึ่งอาคารดังกล่าวก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 มีอายุการใช้งานโดยรวมกว่า 30 ปี ซึ่งระบบการป้องกันอัคคีภัย จะเป็นแบบเก่าโดยมีระบบสัญญาณเตือนภัย และถังดับเพลิงสารเคมี เนื่องจากเป็นอาคารที่ก่อสร้างก่อนมีการออก พ.ร.บ.ควบคุมอาคารและที่สูง ที่จะกำหนดให้มีระบบสปิงเกอร์

 

-โดยพบว่า ทั่วกรุงเทพมหานครมีอาคารเก่าลักษณะเดียวกับอาคารนี้ประมาณ 1,200-1,300 แห่ง และหลังจากนี้จะมีการสุ่มตรวจอาคารต่างๆ และอาคารหลังนี้ มีการขออนุญาตอยทางถูกต้อง และไม่มีการต่อเติมอาคารแต่อย่างใด

-จากนั้นนายธเนศ วีระศิริ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. ก็เปิดเผยภายหลังจากการตรวจสอบภายในอาคารว่า จากการตรวจสอบ พบว่าความเสียหายอยู่ที่บริเวณชั้น 4 โดยเฉพาะบริเวณหลังคาของชั้น 4 ซึ่งเป็นพื้นของชั้นดาดฟ้า พบว่าลักษณะของเหล็ก มีการเสียรูปทรงบิดตัว และพื้นแอ่นตัวจากความร้อน แต่เสาของตัวอาคารยังตั้งตรง

-หลังจากนี้แนะนำว่า จะต้องตรวจพื้นบริเวณชั้น 4 และเข้าไปทำความสะอาดก่อน เพื่อดูรอยแตกของพื้น แล้วจึงจะพิจารณาได้ว่า จะสามารถเข้าไปเก็บเอกสาร และข้าวของได้เมื่อใด

-ส่วนเรื่องที่กังวลว่าอาคารจะทรุดตัวหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีการทรุดตัวแน่นอน เพราะต้นเพลิงไหม้อยู่ที่ชั้น 4 ต่างจากการเกิดเพลิงจากชั้นล่างขึ้นไป ที่ปกติจะกระทบต่อโครงสร้างอาคารจนทรุดตัว ส่วนที่ชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร คาดว่าจะสามารถให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บของที่จำเป็นออกมาได้หลังจากนี้ ซึ่งหากตรวจสอบภายในอาคารเรียบร้อยแล้วก็จะมีการเสริมกำลังของอาคาร และจำเป็นต้องรื้อหลังคาชั้น 4 ที่เสียหายออก

 

-ขณะที่ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปมากกว่า 10 ปากแล้ว เบื้องต้นยังตั้งเหตุเพลิงไว้ 3 ประเด็น คือ อุบัติเหตุ //ประมาท และลอบวางเพลิง แต่ขณะนี้ให้น้ำหนักไปที่อุบัติเหตุและความประมาทเป็นหลัก แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

-ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ สตง. มีการสั่งตรวจสอบ 7 โครงการที่อาจมีการทุจริตของการประปาส่วนภูมิภาคนั้น ทางดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการปะปาส่วนภูมิภาค ระบุว่า ไม่กระทบต่อเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับการทุจริตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเอกสารของโครงการการใช้หลักประกันปลอมงานประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ในพื้นที่ กปภ.เขต 3  //การทุจริตจัดซื้อแก๊สคลอรีนเหลว และการดูแลทรัพย์สินในพื้นที่โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาจันทบุรี เอกสารที่จะอยู่กับเขตต่างๆ รวมถึงมีการสำรองข้อมูลระบบเซิร์ฟเวอร์ในคอมพิวเตอร์หมดแล้ว / ส่วนเอกสารที่อยู่ในชั้น 4 จะเป็นเอกสารเบิกจ่าย รูปถ่ายต่างๆ เท่านั้น


เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน