นศ.ปทุมวันมือแทงอุเทนถวายมอบตัวตำรวจปทุมวันทวอนสองฝ่ายยุติความรุนแรง – อีก3ยังหลบหนี ตำรวจประสานผู้ปกครองพามอบตัว

 

นศ.ปทุมวันมือแทงอุเทนถวายมอบตัวตำรวจปทุมวันทวอนสองฝ่ายยุติความรุนแรง – อีก3ยังหลบหนี ตำรวจประสานผู้ปกครองพามอบตัว

 

ผู้ปกครองและตัวแทนศิษย์เก่า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นำตัวนาย นายศราวุทธ โซะประสิทธิ์ อายุ 25 ปี นักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีปทุม ผู้ต้องหาตามหมายจับร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดแทงคู่อริต่างสถาบันเสียชีวิต บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ย่านมาบุญครอง เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจนครบาลปทุมวัน

เบื้องต้น นายศราวุธ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพส่วนรายละเอียดทางคดีจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมฝากไปยังคนที่เรียนอยู่ขออย่ามีเรื่องกันถ้าเจอกันก็พยายามออกห่างกัน หลีกเลี่ยงการทำร้ายกันเพราะจะเกิดความสูญเสียขึ้น เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต/ร่วมกันทำร้ายร่างผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธไปในเมืองหรือหมู้บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 3 ข้อหา ส่วนจะได้รับการประกันหรือไม่เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ นายศราวุธ พบว่าถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 51 ในพื้นที่ สน.บึ่งกุ่ม / ส่วนอีก 3 ราย ไม่มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรม โดยตำรวจได้ขอให้ทั้ง 3 ที่ยังหลบหนีเข้ามอบตัว เพราะรู้ตัวหมดแล้ว และได้ประสานไปยังครอบครัวให้พาเข้ามอบตัว

ขณะที่ตัวแทนศิษย์เก่า กล่าวว่า อยากให้ศิษย์เก่าและปัจจุปัน หยุดการกระทำในทางที่เสื่อมเสีย หลีกการกระทำรุนแรง ควรมีสติรักสถาบันในทางที่ถูก ตนในฐานะรุ่นพี่เห็นว่าเมื่อน้องทำผิดก็จะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายและหลังจากนี้จะพูดคุยหารือทำความเข้าใจเพื่อให้น้องมีความรักในสถาบันและชื่อเสียง พยายามควบคุมดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

ด้านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่ามาตรการป้องกันการก่อเหตุระบะสั้นว่า ได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลก่อนและหลังเลิกเรียนในพื้นที่เสี่ยงจุดต่างๆ/ตรวจค้นตามสถานที่เสี่ยงป้องกันการซุกซ่อนอาวุธไว้ก่อเหตุ ตลอดจนดำเนินการด้านการปกครอง / ส่วนมาตรการระยะยาว นำเด็กทั้งสองสถาบันมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อละลายพฤติกรรมต่อไป

 

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com