ป่าไม้/ทหาร/ตำรวจ สนธิกำลัง บุกเข้าจับไม้สัก(ไม้หวงห้าม) 6 ท่อน แอบซุกซ่อนทำการแปรรูปภายในโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองลำปาง

 

​ป่าไม้/ทหาร/ตำรวจ สนธิกำลัง บุกเข้าจับไม้สัก(ไม้หวงห้าม) 6 ท่อน แอบซุกซ่อนทำการแปรรูปภายในโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองลำปาง

เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2560 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยการอำนวยการของ นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผอ.สำนักฯ นายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ,หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.38 (ท่าสี) เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน , สายตรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ สายที่ 1 ประกอบด้วยนายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(กก.4บก.ปทส.) โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.พิบูลย์ เวียงจันทร์ ผกก.4 บก.ปทส. ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดลำปาง สายที่ 1,เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ กรมป่าไม้ โดยการอำนวยการของนายศักดิ์รินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ศูนย์ฯ, เจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.จว.ลป.ร้อย รส.ที่ 1 (มทบ.32) ลำปาง โดยการอำนวยการของ พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผบ.มทบ.32 (ลำปาง)

นำโดยพ.ต.พนม ดิษฐสาคร ผบ.ร้อยสห.กกล.รส.มทบ.32 (ลำปาง) ร.ต.สุพงษ์ มานะจรรยาพงศ์ นชง.มทบ.32 พร้อมชุดชป.ข่าว อ.เมืองลำปาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ศปทส.นปพ.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง นำโดย ร.ต.ท.ฤทธิ์ เขตแดนรอง สว.(ป) กก.สส.ภ.จว.ลำปาง,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม ผกก.สภ.เมืองลำปาง นำโดยพ.ต.ท.สมศักดิ์ วงศ์ไชยแย้ม และ ร.ต.อ.เทพพิทักษ์ เกตทอง,เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ กรมป่าไม้ โดยการอำนวยการของ นายศักดิ์รินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ศูนย์ฯ นำโดยนายเมธี ศาสตร์ศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ,นายเจษฎา เอนกคณา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน

เจ้าหน้าที่ฯทั้งหมดได้เข้าทำการตรวจค้นอาคารโรงแรมทิพย์ช้าง ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ภายในบริเวณห้องใต้ถุนอาคารโรงแรมด้านทิศตะวันตกโดยใช้มาตรา 44 เข้าทำการตรวจค้น ได้พบไม้ท่อน ขนาดต่างๆ ซึ่งในจำนวนไม้ที่กองปะปนกันอยู่นั้นได้พบไม้สักท่อน จำนวน 6 ท่อน กองซุกซ่อนปะปนอยู่กับไม้ท่อนประเภทอื่นๆ ตรวจดูที่ไม้สักท่อน มีลักษณะใหม่ ดิบ สด มีเปลือกติด ตรวจดูบริเวณหน้าตัดด้านหัวไม้และปลายไม้ไม่ปรากฏรูปรอยตราของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือรอยตราอื่นใดตีประทับไว้แต่อย่างใด อีกทั้งไม่เคยผ่านการเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้อื่นใดมาก่อน จากนั้นได้มีตัวแทนบริษัทฯซึ่งรับว่าดูแลโรงแรมร้างแห่งนี้อยู่นำคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณห้องโถงด้านล่างอาคารโรงแรม ตรวจพบไม้แปรรูป ขี้เลื่อย วางกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นห้อง ตรวจดูที่ไม้แปรรูปพบร่องรอยการแปรรูปด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ พบเศษขี้เลื่อยของไม้ดังกล่าวตกหล่นอยู่ที่พื้นจำนวนมาก เชื่อว่ามีการลักลอบแปรรูปไม้บริเวณดังกล่าว แต่ไม่พบบุคคล สัตว์ ยานพาหนะใดๆ อยู่บริเวณดังกล่าวจึงไม่ทราบว่าผู้ใดมาลักลอบกระทำการดังกล่าว ภายในห้องยังได้พบ

เลื่อยโซ่ยนต์ ยี่ห้อ สติล สีส้ม –ขาว รุ่น เอ็มเอส 720/070 ชนิดเครื่องยนต์เบนซิน 2 จังหวะ ลูกสูบเดี่ยว เครื่องยนต์ขนาด 6.5 แรงม้า หมายเลขเครื่อง 1847171 แผ่นบังคับโซ่ ยี่ห้อสติล ขนาดความยาวบาร์-โซ่27 นิ้วจำนวน 1 เครื่อง และเลื่อยโซ่ยนต์ ยี่ห้อเบนโตะ สีเขียว-ดำ รุ่น บี ที ซี เอส เจ 2800 ชนิดเครื่องยนต์ 2 จังหวะ กำลังขับเคลื่อน 1.8 แรงม้าไม่มีหมายเลขเครื่องตีกำกับ หรือปิดหรือแสดงไว้ ความยาวบาร์โซ่ 22 นิ้ว จำนวน1 เครื่อง จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484
-มาตรา 69 วรรคสอง ฐาน “มีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และพ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545
-มาตรา 4 ประกอบ มาตรา17ฐาน “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

เอนก ธรรมใจ/อัมรินทร์ วะนะวิเชียร รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com