น้องบีมรับเงินช่วยเหลือ 2 แสนบาท (ชมคลิปคลิกเลย)

แม่น้องบีม รับมอบเงินช่วยเหลือ 200,000 บาท จากสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมตำรวจโรงงาน เพื่อสนับค่าใช้จ่ายในระหว่างการต่อสู้คดี พร้อมยืนยันจะสนับสนุนด้านการศึกษาจนจบชั้นสูงสุดตามที่ต้องการ ส่วนน้องบีม โตขึ้นอยากเป็นผู้ประกาศข่าว

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ก.ค.60 ที่ห้องสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 (ชื่อเดิม พล.ต.อ.สุวิระ) และเป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมตำรวจโรงงาน นายเดชา เดชนที นายกสมาคมตำรวจโรงงาน และนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันมอบเงินสด 2 แสนบาท ให้กับด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือ น้องบีม อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนศรีสังวาลย์ และน.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี หลังถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความอาสาที่รับว่าความคดีอุบัติเหตุรถยนต์ที่น้องบีมกับครอบครัวโดยสารมาชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2549 เป็นเหตุให้พ่อน้องบีมเสียชีวิต ส่วนน้องบีมต้องถูกตัดขากลายเป็นคนพิการตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งทางบริษัทเจ้าของรถพ่วงคู่กรณีได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ 5 ล้านบาทแต่นายพิสิษฐ์โกงเงินไปจนมีการแจ้งความไว้ที่ สน.บางยี่ขัน


พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากกรณีทนายความฉ้อโกงเงินประกันจากด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม จึงอยากจะช่วยเหลือน้องบีม ในการบรรเทาทุกข์จากที่ประสบเหตุ ถูกฉ้อโกงซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นเงินเกือบ 5 ล้านบาท จึงได้ประสานกับสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมตำรวจโรงงาน ได้รวมกันสนับสนุนเงินสดจำนวน 2 แสนบาท เพื่อมอบให้เป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ผมขอเป็นกำลังใจให้น้องบีมและคุณแม่ มีกำลังใจในการสู้คดี ซึ่งหากมีปัญหาใดสามารถมาขอความช่วยเหลือได้จากผมและสมาคมทั้ง 2 แห่ง โดยพร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนทุกอย่างสุดความสามารถ ซึ่งหากน้องบีมต้องการศึกษาต่อก็ยินดีที่จะช่วยจนจบชั้นปริญญาตรีหรือถึงปริญญาเอก
ด้านนายไพโรจน์ กล่าวว่า หลังจากกรณีที่น้องบีมเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ทางสมาคมตำรวจโรงงานได้ทำการประสานมาทางทางสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทยเพื่อต้องการช่วยเหลือและไม่ได้เป็นการเกาะกระแสให้ดัง เนื่องจากเห็นว่าน้องบีมและครอบกำลังเดือดร้อนจริง จึงต้องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อเป็นต้นทุนในระหว่างรอการต่อสู้คดี หากมีปัญหาด้านกฎหมายทางสมาคมฯก็ยินดีช่วยเหลือ เนื่องจากมีทนายประจำสมาคมฯ คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านคดีได้

ขณะที่ ด.ญ.ภัทรดา กล่าวว่า ตนขอบคุณทุกท่านไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว ตำรวจและหน่วยงานต่างๆที่ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี เงินที่ได้ในวันนี้ก็จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาส่วนหนึ่งก็จะนำมาใช้ในครอบครัวด้วย และอยากเรียนให้จบด้วยตอนนี้เรียนอยู่ที่เกรด 3.8 ส่วนความฝันในอนาคตหนูอยากเป็นผู้ประกาศข่าว เพราะชอบอ่านหนังสือจะได้นำเสนอเรื่องราวช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com