แพทย์แผนไทยชื่อดัง ร้องโดนวางยา เข้าแจ้งความดำเนินคดีนานกว่า 1ปี แต่คดีไม่คืบ

แพทย์แผนไทยชื่อดัง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ร้องโดนวางยาด้วยการใส่สารหนูในอาหารทำให้ไตวายเฉียบพลัน อาการสาหัส เข้าแจ้งความดำเนินคดีนานกว่า 1ปี แต่คดีไม่คืบหน้า วอนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี เผยมั่นใจอดีตภรรยาเป็นคนก่อเหตุเพื่อหวังเอาทรัพย์สินก่อนที่จะแยกทางกัน


วันที่ 25 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายพรม จันทรา อายุ 82 ปี อาชีพแพทย์แผนไทยอยู่บ้านเลขที่ 944 ม.2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่า ภายหลังจากที่ได้เข้าแจ้งความกรณีถูกวางยาด้วยสารหนูจนทำให้เกิดอาการไตวาย ต้องรักษาตัวอยู่เป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งหลังทราบสาเหตุได้ส่งข้อมูลหลักฐาน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว แต่ผ่านไปกว่า 1 ปี คดียังไม่มีความคืบหน้า คนที่ก่อเหตุยังลอยนวล จึงอยากร้องผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า


นายพรม เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่11สิงหาคม2558 ตนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนแรง และอาเจียนตลอดเวลา ท้องผูก ไม่ปัสสาวะ ต่อมาลูกชายคนโตได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเหนือคลองรักษาอยู่เป็นเวลา4วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาวันที่ 16 สิงหาคม 58 จึงได้ออกจากโรงพยาบาลเหนือคลอง เพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังทรุดหนัก ลูกสาวจึงพาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯในตัวเมืองกระบี่ และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ รักษาอาการอยู่หลายเดือน หมอบอกเพียงว่าอาการไตวายแต่ไม่ทราบสาเหตุ จึงได้ทำการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯ มีอะเครตินินในเลือดสูงกว่าคนปกติถึง11เท่า ทั้งที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวอะไร จึงเกิดความสงสัยว่าได้รับสารอะไรเข้าไป ต่อมาทางโรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯส่งผลเลือดไปตรวจอีกครั้ง ออกมาปรากฏว่าพบสารหนูในเลือดเกินกว่าปกติ2เท่า จึงมั่นใจว่าโดนวางยาในอาหารแน่นอน เป็นสาเหตุทำให้ไตวาย


นายพรมกล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วตนอาศัยอยู่กับนางบุญรินทร์ จันทรา อายุ65ปี ภรรยาใหม่เพียงลำพังซึ่งอยู่กินกันมา25ปีตอนแรก็ไม่ได้เอะใจ แต่เมื่อทราบผลการตรวจออกมาว่ามีสารหนูในเลือดมากผิดปกติ จึงเชื่อว่าคนในบ้านวางยาแน่นอน เพราะภรรยาต้องการที่จะเอาทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของตนเอง และต้องการเปลี่ยนร้านยาของตนเป็นชื่อของลูกเลี้ยง แต่ตนไม่ยอม ประกอบกับเมื่อหลายปีก่อนเคยมีสารหนูอยู่ในบ้านแต่ภรรยาเป็นคนเก็บและบอกว่าได้เอาไปทิ้งแล้ว จึงมั่นใจว่ามีการผสมในอาหารให้ตนกินแน่นอน วันที่15 ธ.ค.58 จึงได้ให้ลูกสาวคือนางเรนู รัตนแก้ว อายุ48 ปี ไปแจ้งความไว้สภ.เหนือคลองว่าโดนวางยาแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า และวันที่ 9 ธ.ค.59 ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางบุญรินทร์ ฯ ที่สภ.เหนือคลอง ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน(วางยาพิษ) และได้ นำหลักฐานต่างๆพร้อมผลการตรวจจากแพทย์ส่งให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด


อย่างไรก็ตามภายหลังเวลาผ่านไปนานกว่าปี คดีไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ซึ่งตอนนี้นางบุญรินทร์ ก็ได้หย่ากับตนและย้ายไปอยู่ที่อื่นกับลูกเลี้ยงแล้ว เงินเก็บก็มีอยู่เกือบ1ล้านบาท อยู่ในบัญชีลูกเลี้ยง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดีโดยเร็ว เพราะล่าช้ามานานเกือบ2ปีแล้ว และมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหลายครั้ง ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ด้านพ.ต.ท.สุนทร คำภาพันธ์ รองผกก.สอบสวนสภ.เหนือคลอง เปิดเผยว่าขณะนี้คดีอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดต่อ แพทย์ที่รักษาอาการคนไข้ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com